วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แผนธุรกิจ กับ SMEs ตอน....แนวคิดของแผนธุรกิจที่ดี

รัชกฤช คล่องพยาบาล
ที่ปรึกษา ส่วนบริการปรึกษาการเงินและการร่วมลงทุน
ฝ่ายประสานและบริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

หลังจากกล่าวถึงหน้าที่ของแผนธุรกิจไปในตอนที่แล้ว ในตอนนี้จะกล่าวถึงเรื่องของแนวคิดของแผนธุรกิจที่ดี (Concept of good business plan) ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการที่จะบอกได้ว่าแผนธุรกิจที่เขียนขึ้นมานั้นจัดเป็นแผนธุรกิจที่ดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นแผนธุรกิจที่เขียนขึ้นสำหรับการขอรับการสนับสนุนทางการเงิน สำหรับการประกวดแข่งขัน หรือสำหรับการเรียนการสอนของนักศึกษาก็ตาม โดยถ้าเป็นแผนธุรกิจที่ดีก็ควรจะมีหลักแนวคิดเดียวกันทั้งสิ้น ซึ่งถ้าผู้เขียนแผนธุรกิจเข้าใจแนวคิดดังกล่าวอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถเขียนหรือจัดทำแผนธุรกิจที่ถือว่าเป็นแผนธุรกิจที่ดีได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนมีแนวคิดเกี่ยวกับการที่จะระบุว่าแผนธุรกิจนี้อยู่ในเกณฑ์ดีหรือไม่ จากเกณฑ์พิจารณา 5 ประการ ซึ่งคล้ายคลึงกับเกณฑ์ 5Cs ในการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงิน อันประกอบด้วย Character (คุณลักษณะ), Credit (ความน่าเชื่อถือ), Capacity (ความสามารถในการดำเนินการหรือความสามารถในการผ่อนชำระ), Collateral (หลักประกัน) และ Condition (เงื่อนไข) แต่ในปัจจุบันอาจต้องเพิ่ม C ที่หกเข้าไปประกอบก็คือ Capital (ทุน) คือ ผู้ประกอบการในปัจจุบันควรจะต้องมีเงินทุนของตนเอง ซึ่งทุนในความหมายนี้ควรจะหมายถึงทุนที่เป็นเงินสด คือ Capital = Cash เพราะการให้วงเงินสินเชื่อในปัจจุบันจากธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น จะพิจารณาในส่วนเงินทุนของผู้ประกอบการในการให้วงเงินสินเชื่อ ตามสัดส่วนทุนของผู้ประกอบการที่มีอยู่ โดยจุดหนึ่งในการพิจารณาคือผู้ประกอบการมีเงินสดในมือเพียงพอหรือไม่ เพราะสัดส่วนสินเชื่อที่ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินจะอนุมัติให้ อาจจะอยู่ระหว่าง 60%-80% ของมูลค่าการลงทุน ซึ่งส่วนที่เหลือ 20%-40% นั้นผู้ประกอบการต้องเป็นผู้ออกทุนด้วยตนเอง โดยทุนในส่วนที่ไม่ใช่เงินสด เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ ก็จะถูกใช้เป็นหลักประกัน (Collateral) ไปแล้วนั่นเอง สำหรับเกณฑ์ 5Cs ที่ผู้เขียนจะใช้พิจารณาว่าแผนธุรกิจที่ดีควรจะมี หรือเป็นแนวคิดเบื้องต้นสำหรับแผนธุรกิจที่ดีจะประกอบด้วย
C – Communicate
C – Commercial
C – Competitive
C – Correct
C – Clear

Communicate

ความสามารถในการสื่อสารหรือการสร้างความเข้าใจ (Communication) สามารถถือได้ว่าเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของแผนธุรกิจ จากที่ได้เคยกล่าวมาแล้วเกี่ยวกับหน้าที่ของแผนธุรกิจ ที่ต้องสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการในการวางแผนดำเนินงานของธุรกิจ และผลที่เกิดขึ้นจากการวางแผนนั้น หรือการแปลงความคิดในสมองของผู้ประกอบการออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการแปลงจากนามธรรมมาสู่รูปธรรม ซึ่งถ้าผู้ประกอบการหรือผู้เขียนแผนไม่สามารถถ่ายทอด หรือให้รายละเอียดของความคิดของตนออกมาได้ ก็เป็นการยากที่จะทำให้ผู้อื่นเชื่อได้ว่าธุรกิจนี้มีการวางแผนที่ดี เพราะแม้แต่เจ้าของความคิดยังไม่สามารถระบุ หรือไม่เข้าใจแม้แต่สิ่งที่ตนเองวางแผนไว้ได้ แล้วจะให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างไร แต่ถ้าผู้ประกอบการสามารถถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ก็แสดงว่าอย่างน้อยก็มีความเข้าใจและอาจสามารถสื่อสารได้เป็นเบื้องต้น ดังนั้นแผนธุรกิจที่ดีเมื่ออ่านแล้วผู้อ่านจะเข้าใจในตัวธุรกิจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าจะไม่เข้าใจทั้งหมดอย่างถ่องแท้ อันอาจจะเนื่องมาจากจำนวนหน้าหรือรายละเอียดของแผนธุรกิจที่จำกัด แต่อย่างน้อยผู้อ่านก็พอจะเข้าใจได้ว่า ธุรกิจนี้คือธุรกิจอะไร สภาพตลาดและอุตสาหกรรมในปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างไร และส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร ธุรกิจมีการวางแผนการบริหารจัดการ แผนการตลาด แผนการผลิต และแผนการเงินอย่างไร รวมถึงมีความน่าสนใจหรือให้การสนับสนุนหรือไม่ โดยไม่ว่าผู้อ่านจะตัดสินใจว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ดีควรได้รับการสนับสนุน หรือเป็นธุรกิจที่ไม่ดีไม่สมควรที่จะเสี่ยงที่จะสนับสนุนหรือควรลงทุนก็ตาม อย่างน้อยผู้อ่านต้องเข้าใจในรายละเอียดของแผนธุรกิจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะจุดบกพร่องสำคัญที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับแผนธุรกิจที่พบอยู่เสมอ คืออ่านแล้วไม่เข้าใจในข้อมูลสำคัญต่างๆ ตามที่ผู้อ่านคาดหวังหรือต้องการทราบเกี่ยวกับธุรกิจ ซึ่งถ้าแผนธุรกิจฉบับนั้นไม่สามารถสามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ ผู้อ่านก็มักจะตัดสินใจก่อนเลยเป็นเบื้องต้นว่าแผนธุรกิจนั้นเป็นแผนธุรกิจที่ไม่ดี หรือธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ไม่ดี และจะไม่ให้ความสนใจในที่สุด แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วธุรกิจนั้นอาจเป็นธุรกิจที่ดีมีอนาคต หรือผู้ประกอบการมีความสามารถในการบริหารจัดการ ให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ถ้าได้มีโอกาสดำเนินธุรกิจก็ตาม นอกจากนี้ในเรื่องของการสื่อสารที่ผ่านตัวเอกสารแผนธุรกิจแล้ว ยังเป็นเรื่องของการสื่อสารผ่านตัวผู้ประกอบการเองอีกด้วย เนื่องจากไม่เคยมีการอนุมัติหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการ โดยการพิจารณาเฉพาะตัวเอกสารแต่อย่างเดียว การสื่อสารผ่านตัวผู้ประกอบการหรือการสัมภาษณ์ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หรืออาจจะถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากกว่าเสียอีก เพราะบ่อยครั้งที่พบว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอเป็นแผนธุรกิจที่ดี แต่เมื่อผู้อ่านซึ่งอาจเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อ หรือคณะกรรมการ สอบถามข้อมูลหรือสัมภาษณ์ผู้ประกอบการเพื่อต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กลับพบว่าผู้ประกอบการไม่สามารถถ่ายทอดหรือสื่อสารให้เข้าใจได้ หรือเป็นในลักษณะ “พูดไม่รู้เรื่อง” อันอาจเนื่องมาจากผู้ประกอบการไม่ได้เป็นคนเขียนแผนธุรกิจด้วยตนเอง และไม่ได้ทำความเข้าใจในแผนธุรกิจอย่างละเอียด ทำให้ได้รับคำปฏิเสธในที่สุด ดังนั้นพึงระลึกว่าแผนธุรกิจในส่วนที่เป็นเอกสาร เป็นขั้นตอนเบื้องต้นในการสื่อสารไปยังผู้อ่าน เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจเบื้องต้นและมีความสนใจในธุรกิจ และขอให้ผู้ประกอบการนำเสนอด้วยคำพูดและอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อการพิจารณาในการให้การสนับสนุนในภายหลัง ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนี้ผู้เขียนจะได้นำเสนอโดยละเอียดในโอกาสต่อไป ในหัวข้อเกี่ยวกับการนำเสนอแผนธุรกิจ เนื่องจากถือเป็นจุดบกพร่องสำคัญที่พบอยู่เสมอในเรื่องของแผนธุรกิจ คือผู้เขียนมักมุ่งเน้นในเรื่องของการเขียนให้ครบ เขียนให้ถูกต้องตามหัวข้อ โดยลืมนึกถึงการนำเสนอแผนธุรกิจซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญอันหนึ่งที่ผู้อ่านใช้พิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับแผนธุรกิจ ในการเห็นชอบหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการ

Commercial

ความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ (Commercial) ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ เพราะแผนธุรกิจเป็นเรื่องของธุรกิจซึ่งต้องเป็นเรื่องจริงมิใช่สิ่งเพ้อฝัน และหลักพื้นฐานของธุรกิจคือการประกอบกิจการเพื่อสร้างผลกำไร ดังนั้นถ้าแผนธุรกิจนั้นไม่สามารถแสดงให้เห็น หรือแสดงได้ไม่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวว่าธุรกิจนี้มีความเป็นไปได้จริง หรือมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำเป็นธุรกิจหรือเป็นเชิงพาณิชย์ได้ ก็ถือได้ว่าแผนธุรกิจนี้ยังไม่ดีเพียงพอ เพราะความเป็นไปได้จริงของการดำเนินธุรกิจ หรือการมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ คือสิ่งที่ผู้อ่านคาดหวังเกี่ยวกับทุกๆธุรกิจ โดยสิ่งที่พบในเรื่องความเป็นได้ในเชิงพาณิชย์ที่ปรากฏในแผนธุรกิจ มักจะเป็นแผนธุรกิจจากผู้ประกอบการใหม่ หรือประเภทผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการใหม่ มีแนวความคิดใหม่ๆ หรือเป็นธุรกิจที่พัฒนาขึ้นจากทรัพย์สินทางปัญญา หรือจากงานวิจัยต่างๆ กล่าวคือ อาจเป็นผลิตภัณฑ์ สินค้าหรือบริการที่ดี มีนวัตกรรม แต่มักจะพบว่ามีความเป็นไปได้ต่ำที่จะนำมาผลิตในเชิงพาณิชย์ อันเป็นผลจากในเรื่องของการลงทุนเริ่มต้น หรือต้นทุนการผลิตเมื่อจะนำมาผลิตในเชิงอุตสาหกรรม หรือต้องมีการให้ความรู้แก่ตลาดเนื่องจากเป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีลูกค้ารู้จัก หรือจากการที่มีศักยภาพทางการตลาดต่ำ อันเนื่องจากลูกค้าเป็นลูกค้ากลุ่มเล็กหรือมีลูกค้าน้อยราย หรือเป็นสินค้าที่ขายได้ในวงแคบ ซึ่งอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการขายและบริหารในระดับสูง จนผู้ประกอบการรายเล็กหรือผู้ประกอบการที่ขาดแคลนเงินทุน ไม่สามารถที่จะดำเนินธุรกิจในรูปแบบเพื่อการพาณิชย์ให้เกิดขึ้นจริงได้ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจไม่ว่าจะมาจากทีมผู้บริหารเอง หรือจากการรับรู้ของลูกค้าในตลาดก็ตาม รวมทั้งแม้ว่าธุรกิจจะมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ แต่ขณะเดียวกันธุรกิจที่ดำเนินการจะต้องมีผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจ หรืออยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยตามมาตรฐานของผลตอบแทนในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเดียวกัน จึงจะถือว่าถูกต้องในประเด็นดังกล่าว

Competitive

ความสามารถในการแข่งขัน (Competitive) ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างความแตกต่างหรือความโดดเด่นในแผนธุรกิจที่ได้นำเสนอ โดยปกติแล้วทุกๆธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในตลาด อย่างน้อยก็ต้องมีธุรกิจที่มีสินค้าและบริการที่มีลักษณะเหมือนกัน คล้ายคลึงกัน หรือสามารถทดแทนกันได้ อยู่ในตลาดหรืออุตสาหกรรมอยู่ก่อนหน้าแล้ว เพราะเป็นการยากหรือแทบจะเป็นไม่ได้เลยว่าจะมีธุรกิจซึ่งไม่มีคู่แข่งขันอยู่เลยในตลาด ยกเว้นแต่ธุรกิจประเภทผูกขาด (Monopoly) หรือธุรกิจของตนนั้นมีเพียงหนึ่งเดียวจริงๆ (Original Business) ดังนั้นแผนธุรกิจต้องแสดงให้เห็นได้ว่าธุรกิจของตนสามารถแข่งขันกับธุรกิจที่มีอยู่เดิมได้อย่างไร หรือมีประเด็นใดที่เป็นความสามารถในการแข่งขันของตน (Competitive Edge) โดยประเด็นดังกล่าวนี้มิได้หมายความว่า ธุรกิจจะต้องมีลักษณะในกระบวนการดำเนินการที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง จากกระบวนการดำเนินการของธุรกิจที่มีอยู่โดยทั่วไป เพราะเป็นสิ่งที่พบได้มากในแผนธุรกิจบางแผน ที่ผู้เขียนอาจมีแนวคิดว่าต้องเขียนให้มีความแตกต่างจากธุรกิจประเภทเดียวกัน หรือต้องแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากธุรกิจที่เป็นอยู่ จึงจะสามารถแข่งขันได้หรือเป็นธุรกิจที่ดี เพราะในข้อเท็จจริงแล้วแต่ละธุรกิจก็จะมีองค์ประกอบ หรือกระบวนการอันเป็นข้อจำกัดที่เหมือนๆกันอยู่ ซึ่งไม่ว่าธุรกิจใดก็ตามถ้าดำเนินการในประเภทธุรกิจเดียวกัน ก็จะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกันแทบทั้งสิ้น รวมถึงอาจลืมคิดไปว่าสิ่งใดก็ตามที่เขียนขึ้นนั้น มีความจำเป็นที่ต้องมีการลงทุนหรือเกิดค่าใช้จ่ายขึ้น โดยเฉพาะในด้านการตลาดแบบใหม่ๆ ที่มักจะลงทุนสูงในส่วนของค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ แต่สิ่งที่แผนธุรกิจต้องแสดงให้เห็นในส่วนของการแข่งขันนี้ คือ เรื่องของแนวความคิดในการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ (New business idea) ที่แตกต่างและดีกว่าธุรกิจเดิมโดยทั่วไป แต่ถ้าไม่ใช่ธุรกิจใหม่คือเป็นการดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน หรือเป็นประเภท Me Too Business แผนธุรกิจก็ควรต้องบอกได้ถึงจุดแข็ง หรือข้อได้เปรียบที่จะทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นที่มีอยู่ในตลาดได้ เพราะถ้าธุรกิจไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ก็หมายความว่า ธุรกิจมีได้มีจุดเด่นเหนือธุรกิจอื่นที่มีอยู่ในตลาด อันจะส่งผลให้ผู้อ่านพิจารณาว่าธุรกิจนี้มีความเสี่ยงในแง่ของการดำเนินการ หรือผู้เขียนแผนยังไม่มีการวางแผนในการดำเนินธุรกิจที่ดีเพียงพอ

Correct

ความถูกต้อง (Correct) สำหรับความถูกต้องที่เกี่ยวพันแผนธุรกิจในที่นี้ มีอยู่หลายประเด็นในการพิจารณา เช่น มีโครงสร้างของแผนธุรกิจที่ถูกต้อง คือมีรายละเอียดของหัวข้อต่างๆตามมาตรฐานของแผนธุรกิจพึงมี เช่น บทสรุปผู้บริหาร แนวคิดของธุรกิจหรือประวัติความเป็นมาของธุรกิจ การวิเคราะห์ตลาดและอุตสาหกรรม ข้อมูลพื้นฐานรายละเอียดของธุรกิจ รายละเอียดของสินค้าและบริการ แผนการบริหารจัดการและแผนงานด้านบุคลากร แผนการตลาด แผนการผลิตหรือแผนบริการ แผนการเงิน ภาคผนวกและเอกสารแนบ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทั่วไปของแผนธุรกิจ หรืออาจแตกต่างออกไปถ้าเป็นแผนธุรกิจเพื่อการประกวดหรือการแข่งขัน หรือมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องเพิ่มเติมนอกเหนือ เช่น ต้องมีการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน การประเมินและการจัดการความเสี่ยง แผนฉุกเฉินของธุรกิจ แผนดำเนินการต่างๆ เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแผนธุรกิจดังกล่าวเขียนขึ้นโดยใคร หรือใครเป็นผู้อ่าน หรือมีวัตถุประสงค์ในการใช้หรือนำเสนอแผนธุรกิจนี้ด้วยเหตุผลใด รวมถึงข้อกำหนดจากหน่วยงานหรือผู้อ่านแผน ว่าต้องการข้อมูลหรือรายละเอียดใดที่ต้องการให้ระบุไว้ในแผนธุรกิจ นอกจากความถูกต้องในเรื่องโครงสร้างของแผนแล้ว ยังเป็นเรื่องของความถูกต้องเกี่ยวกับความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของธุรกิจ ว่าธุรกิจที่ตนดำเนินการนั้นมีข้อจำกัด หรือจุดเด่นจุดด้อยหรือมักเกิดปัญหาขึ้นในจุดใด เพราะถ้ารายละเอียดที่ระบุไว้ในแผนธุรกิจผิดเพี้ยน หรือไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงของสภาพธุรกิจแล้ว ก็หมายความว่าแผนการหรือวิธีการดำเนินการของธุรกิจ ก็จะไม่ใช่ข้อเท็จจริงตามลักษณะธุรกิจด้วยเช่นกัน เช่น สภาวะตลาด อัตราผลตอบแทนของธุรกิจหรืออุตสาหกรรม พฤติกรรมการตัดสินใจในการซื้อสินค้าหรือบริการ เป็นต้น และการลงรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนต่างๆของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านการผลิต ค่าใช้จ่ายในการขายหรือบริหาร ต้องเป็นต้นทุนที่แท้จริงหรือต้นทุนที่ถูกต้อง หรือสอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินการของธุรกิจ
ประเภทเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลไปยังความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ตามที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นแล้ว หรืออาจเป็นประเด็นในเรื่องของความถูกต้องตามข้อกำหนด กฏหมาย และระเบียบข้อบังคับ เพราะธุรกิจจะเกิดขึ้นได้จริงจะต้องเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะในกรณีที่ธุรกิจนี้ถ้าดูเนื้อหาตามรายละเอียดของแผนธุรกิจ ถือเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรได้ดี แต่ทว่าการที่ธุรกิจไม่สามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย ธุรกิจนี้ย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นหรือดำเนินการได้จริง หรือรวมถึงการมีลักษณะที่สามารถระบุได้ว่าขัดต่อศีลธรรม ประเพณี ก็จะมีลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ความถูกต้องยังอาจรวมถึงสมมติฐานต่างๆที่ใช้ในการประมาณการ การคำนวณต่างๆโดยเฉพาะทางด้านการเงิน ที่ต้องถูกต้องในผลลัพธ์จากการคำนวณต่างๆ หรือการจัดทำเอกสาร เช่น ความถูกต้องในการพิมพ์อักษร และจัดทำตัวแผนธุรกิจที่ต้องถูกต้องตามมาตรฐาน โดยเฉพาะสาระสำคัญต่างๆ เช่น จำนวนเงิน เป็นต้น

Clear

ความชัดเจน (Clear) หรือความกระจ่างถือเป็นสิ่งที่แผนธุรกิจที่ดีพึงมี เพราะจากที่กล่าวมาก่อนหน้าว่า แผนธุรกิจเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เกี่ยวกับการวางแผนของธุรกิจและการแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจากการวางแผน ดังนั้นผู้อ่านแผนนอกจากจะต้องเข้าใจในตัวธุรกิจแล้ว สิ่งต่างๆที่ระบุไว้ในแผนธุรกิจควรจะมีความชัดเจน แจ่มแจ้งเพียงพอต่อผู้อ่าน ในการตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจ หรือสามารถสันนิษฐานได้ว่าธุรกิจที่จะดำเนินตามแผนนั้นเป็นไปได้จริง โดยให้มีข้อสงสัยน้อยที่สุดโดยเฉพาะในเรื่องของธุรกิจนี้มีความเป็นไปได้ตามที่ระบุไว้ในแผนหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลในการดำเนินธุรกิจ ผลกระทบต่างๆและการตอบสนองของธุรกิจต่อสภาวะตลาดและอุตสาหกรรม ลักษณะสินค้าและบริการของธุรกิจ แผนการดำเนินงานต่างๆของธุรกิจ ที่ต้องมีความสอดคล้อง กลมกลืน และเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน ว่าเป็นเพราะเหตุใดธุรกิจจึงเลือกที่จะดำเนินการหรือไม่ดำเนินการเช่นนั้นเช่นนี้ หรือการมีข้อมูล งานวิจัย ว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นี้สามารถผลิตขึ้นมาได้จริง มิใช่เป็นเพียงความคิดหรือความเฟ้อฝัน สิ่งที่กล่าวอ้างว่ามีจำนวนลูกค้าที่สนใจ หรือมียอดขายในระดับที่น่าพอใจนั้น มีเอกสารหรือข้อมูลการตลาดใดที่สามารถยืนยัน เพื่อรองรับรายละเอียดที่ระบุดังกล่าวว่าเป็นความจริง เพราะแผนธุรกิจเป็นการกล่าวถึงเรื่องของธุรกิจ ซึ่งต้องเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ดังนั้นผู้อ่านจึงคาดหวังในเรื่องของข้อพิสูจน์ (Proof) มากกว่าการสันนิษฐาน (Assume) แม้ว่าสำหรับธุรกิจใหม่จะถือเป็นการยากที่จะหาข้อพิสูจน์มายืนยันได้ว่า ธุรกิจของตนสามารถดำเนินการและจะเกิดผลลัพธ์ตามที่ได้ระบุไว้ในแผนธุรกิจ เมื่อเทียบกับธุรกิจที่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลามาก่อนหน้า แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีสิ่งที่ช่วยยืนยัน หรือข้อสนับสนุนเพียงพอที่จะให้ผู้อ่านมีความกระจ่าง หรือไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกิจว่าสามารถเกิดขึ้น หรือดำเนินการได้จริงตามแผนได้ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของที่มาเกี่ยวกับประมาณการต่างๆ ที่กำหนดไว้ในแผนธุรกิจ เช่น จำนวนลูกค้า ประมาณการของยอดขาย ประมาณการในการเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คาดการณ์หรือคาดคะเนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องมีความเชื่อถือเพียงพอหรือสามารถแสดงให้เห็นถึงสาเหตุในการกำหนดเกี่ยวกับการคาดคะเน ตัวเลขต่างๆ อย่างมีเหตุผลและเป็นที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่ผู้อ่านจะไม่เกิดข้อสงสัย หรือความไม่เชื่อมั่นว่าเป็นไปได้จริงกับตัวเลขหรือประมาณการต่างๆที่กำหนดขึ้น

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเบื้องต้นคือกรอบแนวคิดสำหรับการจัดทำแผนธุรกิจที่ดี ไม่ว่าจะเป็นแผนธุรกิจที่เขียนขึ้นในวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ความสามารถในการสื่อสารหรือการถ่ายทอด ความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ ความสามารถในการแข่งขัน ความถูกต้องในประเด็นต่างๆของธุรกิจ และความชัดเจนในรายละเอียดของธุรกิจ เป็นสิ่งที่แผนธุรกิจควรมีอยู่ให้ครบถ้วน ถ้าจะถือว่าแผนธุรกิจดังกล่าวเป็นแผนธุรกิจที่ดี ไม่ว่าจะมีจำนวนหน้าของแผนธุรกิจเพียง 10 หน้า หรือจนกระทั่งถึง 50 หรือนับร้อยหน้าก็ตาม ถ้าปราศจากเกณฑ์ดังกล่าวก็จะไม่สามารถนับว่าเป็นแผนธุรกิจที่ดีได้ ดังนั้นถ้าแผนธุรกิจหรือผู้เขียนแผนธุรกิจจัดทำหรือเขียนแผนธุรกิจขึ้น โดยมีองค์ประกอบหรือมีแนวคิดทั้ง 5 ส่วนและ C แต่ละตัวที่กล่าวถึงนี้ต่างมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน โดยถ้าแผนธุรกิจดังกล่าวมี 5Cs ครบถ้วนแล้ว อย่างน้อยก็จะสามารถถือได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะเรียกได้ว่าเป็นแผนธุรกิจที่ดีได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการที่จะเป็นแผนธุรกิจที่ดีมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้เขียนแผนธุรกิจมีความเข้าใจ และมีความสามารถเพียงใดในการเขียนแผนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษา ความชัดเจน ความครบถ้วน ในการระบุรายละเอียดต่างๆของธุรกิจ การจัดรูปแบบเอกสาร ซึ่งจะช่วยเพิ่มเติมความสมบูรณ์และความครบถ้วนของแผนธุรกิจให้ดีมากยิ่งขึ้น

1 ความคิดเห็น: